skip to main |
skip to sidebar
หาดทุ่งวัวแล่น ถือว่าเป็นอีกหาดที่อยากมาเยือนสักครั้ง ด้วยชายหาดทอดยาวสีน้ำตาลอ่อนๆ น้ำทะเลใสๆ คงยากนักที่เราจะยับยั้งชั่งใจไม่ลงไปแหวกว่ายน้ำหน้าหาดให้ตัวดำ
หาดทุ่งวัวแล่น ตั้งอยู่ที่ตำบลสะพลี ห่างจากตัว จังหวัดชุมพรไปตามถนนลาดยางสายชุมพร-หาดทุ่งวัวแล่น ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร อยู่ทางตอนใต้สุดของอำเภอปะทิว
มีคนบอกว่าหาดแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริเวณหาดแห่งนี้เคยเป็นจุดที่จุดที่ทหารญี่ปุ่น จำนวน 300 นาย ได้ยกพลขึ้นบก เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2นั่นเองค่ะ

ด้วยการเดินทางที่ค่อนข้างสะดวก แถมยังมีหาดทรายที่สวยงาม หาดทุ่งวัวแล่น จึงจัดว่าเป็นหาดที่สวย และขึ้นชื่อที่สุดอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพร ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชางต่างชาติแวะเวียนมายังหาดแห่งนี้เสมอๆค่ะ
การเดินทางมาหาดทุ่งวัวแล่น
1. รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงเพชรเกษม (หมายเลข 4) เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกท่าแซะ ประมาณกิโลเมตรที่ 476 เข้าไปอีกประมาณ 19 กม. มีป้ายแนะนำเส้นทางตลอด
จากตัวเมืองชุมพรขับรถไปตามทางหลวงสายชุมพร-สะพลี-ปะทิว (หมายเลข 3180) ประมาณ 16 กม.
2. รถโดยสารประจำทาง จากตัวเมืองชุมพร สามารถใช้บริการรถประจำทางสายชุมพร – หาดทุ่งวัวแล่น - สะพลี (สีเหลือง) รถจอดหลังตลาดสด มีรถออกทุกๆ 30 นาทีเลยค่ะ
Read more
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นอุทยานแห่งชาติที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมาเยี่ยมเยือนเป็นจำนวนมาก โดยภายในอุทยานนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และอีกสถานที่ที่มาแล้วไม่ควรพลาดมาเยือน ซึ่งก็คือ น้ำตกศรีพัชรินทร์ น้ำตกที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และสะดวกต่อการเดินทางมากพอสมควร
น้ำตกศรีพัชรินทร์ เป็นน้ำตกขนาดกลาง ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก และอยู่ใกล้กับหมู่บ้านห้วยน้ำไซ ซึ่งห่างจากถนนประมาณ 600 เมตร
น้ำตกศรีพัชรินทร์ ตั้งชื่อเป็นอนุสรณ์แก่ทหารค่ายศรีพัชรินทร์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นทหารหน่วยแรกที่ขึ้นมาบนภูหินร่องกล้า น้ำตกศรีพัชรินทร์มีความสูงประมาณ 20 เมตร บริเวณน้ำตกมีแอ่งขนาดใหญ่ สามารถลงเล่นน้ำได้
การเดินทางเข้าชม คุณสามารถทางเดินเข้าน้ำตกผ่านไร่ม้งลงไปในหุบเขาเล็กๆ จนถึงลานหิน ซึ่งเป็นตัวลำธาร จากนั้นคุณต้องเดินย้อนขึ้นตามธารน้ำประมาณ 150เมตร ก็จะถึงตัวน้ำตกศรีพัชรินทร์ในที่สุด
Read more
หากกล่าวถึงเมืองที่มากไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว คงต้องนึกถึงเมืองมีชื่ออย่าง เมืองสือเยี่ยน (十堰) เมืองอันงดงาม ที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูเป่ย ทางภาคกลางของจีน
เมืองสือเยี่ยน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศจีนและต่าง ประเทศ การคมนาคมสะดวกสบาย แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในเมืองสือเยี่ยน ได้แก่
ภูเขาบู๊ตึ๊ง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางลัทธิเต๋า ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5 เอ และได้รับการบันทึกไว้ในบัญชีรายชื่อมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยว 100 แห่งของโลกที่ต้องไป
นอกจากนี้ เขื่อนน้ำตันเจียงโข่วในเมืองสือเยี่ยนซึ่งได้รับการยกย่องว่า "เมืองน้ำแห่งโลก สระน้ำแห่งเอเชีย" ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสายกลางของโครงการชักน้ำจากใต้ขึ้นสู่เหนือ โดยคุณภาพน้ำได้มาตรฐานระดับ 2 ของจีน
เมืองสือเยี่ยน ถือว่าเป็นเมืองที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ทั้งทรัพยากรน้ำ สมุนไพร และแร่ธาตุจำนวนมาก
โดยได้รับการยกย่องเป็น "หนึ่งใน 10 เมืองสีเขียวของจีน" , "เมืองอุทยานแห่งชาติ" , "เมืองท่องเที่ยวดีเด่นของจีน" และ "หนึ่ง ใน 100 เมืองที่มีบรรยากาศการลงทุนดีเด่นของจีน" ตามลำดับข้อมูล เพิ่มเติม CRI
Read more
บาธ (Bath) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลกนี้ถูกสร้างและพัฒนาขึ้นรอบๆ บ่อน้ำพุร้อนที่ค้นพบโดยชาวโรมันเมื่อ 2,000 ปีก่อน และโรมันบาธยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้
บาธ เป็นเมืองที่เฟื่องฟูและมีชีวิตชีวารวมทั้งมีความเป็นมาที่น่าสนใจพร้อม พิพิธภัณฑ์ ห้องแสดงภาพ สวน และสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย จึงทำให้เมืองที่สวยงามแห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวน่าลองไปสัมผัส
บาธ ยังมีความเจริญรุ่งเรืองและต้อนรับนักท่องเที่ยวมากว่า 2,000 ปี UNESCO ยกย่องบาธให้เป็นมรดกโลกและเป็นหนึ่งใน เมืองมรดกของบริเทน บาธยังเหมาะสำหรับการเที่ยวชมสถาปัตยกรรมที่งดงามที่สุดในยุโรป
อาทิเช่น Royal Crescent เซอร์คัสแอนด์พัลเทนีย์บริดจ์ บาธไม่ได้เป็นแค่ประวัติศาสตร์! เทศกาลต่างๆ โรงภาพยนตร์ และแหล่งบันเทิงสองฟากถนนที่น่าตื่นตาตื่นใจทำให้เมืองที่สวยงามแห่งนี้ดูสด ใสมีชีวิตชีวาและน่าค้นหา
คุณอาจจะไปไม่ถึงบาธ ถ้าไม่ได้ดู Roman Baths และปั๊มรูม หนึ่งในความยิ่งใหญ่ของยุคโบราณที่งดงามที่สุดในยุโรปและน้ำพุร้อนแห่งเดียว ของบริเทน น่าเสียดายที่คุณลงอาบน้ำที่นี่ไม่ได้เหมือนที่ชาวโรมันเคยอาบ แต่คุณสามารถอาบใน Thermae Bath Spa ซึ่งใช้น้ำแร่อุ่นจากแหล่งเดียวกันกับที่ชาวเซลท์และชาวโรมันใช้เมื่อ 2,000 ปีที่แล้ว
บาธมีชื่อเสียงด้านการช้อปปิ้งมาตั้งแต่สมัยจอร์เจียน โดยเจน ออสเทนกล่าวถึงย่านแฟชั่นที่มิลซัมสตรีทในนวนิยายของเธอ และที่นั่นคุณจะพบกับแฟชั่นสุดชิคจากดีไซเนอร์มากมาย อัปเปอร์ทาวน์เป็นแหล่งรวมสินค้าแปลกใหม่ที่มีเอกลักษณ์และเสื้อผ้าโบราณ ส่วนย่านร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังอยู่ที่สทอลสตรีท
ถ้าคุณมองหาบรรยากาศแบบตะวันตกแท้ๆ บาธเป็นเมืองที่คุณต้องไม่พลาด ตลาดของชาวนาท้องถิ่นเป็นที่ที่เหมาะสำหรับชิมไวน์ ชีส และพืชผักผลไม้ปลอดสารที่ปลูกกันในท้องถิ่น แวะชมบ้านเก่าแก่ที่สุดในบาธของแซลลี่ ลันน์ และชิมขนมปังชื่อดังของเธอ จากนั้นไปลองขนมปังบาธที่แสนอร่อย แล้วดูว่าคุณชอบแบบไหนมากกว่ากัน ข้อมูล เพิ่มเติม Visitbritain
Read more
หากกล่าวถึงประเทศมัลดีฟส์ หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐมัลดีฟส์ นั้นเชื่อว่าทุกคนคงต้องนึกถึงบรรยากาศของท้องทะเล ผืนน้ำสีฟ้า ที่บรรดาหมู่ปลาต่างแหวกว่ายไปตามน้ำใสแจ๋วอย่างแน่นอน
แต่คุณจะรู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว มัลดีฟส์ (Maldives) ไม่ได้มีแค่สถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลเท่านั้น เพราะในเมืองหลวงของมัลดีฟส์ อย่าง กรุงมาเล (Male) ซึ่ง ตั้งอยู่บน เกาะมาเล ใน หมู่เกาะคาฟุ (Kaafu Atoll) ก็มีสิ่งที่น่าสนใจมากเช่นกันค่ะ
ไม่แน่ใจว่าคุณเองเคยสังเกตุหรือไม่ว่า กรุงมาเล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศนั้น ได้กลายเป็นเมืองหลวงเล็กที่สุดในโลกไปแล้วค่ะ ด้วยความจำกัดของพื้นที่และการเข้ามาอยู่อาศัยอย่างแออัดของประชากร จึงทำให้เมืองหลวงแห่งนี้ทั้งเล็กและคับแคบมากที่สุดในโลกนั่นเองค่ะ
เนื่องจากว่า กรุงมาเล นั้นมีพื้นที่เพียงแค่ 2.5 ตารางกิโลเมตร ซึ่งนับว่าน้อยมากๆที่จะสร้างเป็นเมืองหลวง แต่เท่าที่เราทราบๆกันก็คือประทเศแห่งนี้ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่เป็นหมู่เกาะ จึงนับว่ายากนักที่จะหาพื้นที่กว้างๆมาสร้างเมืองหลวงค่ะ
กรุงมาเล มีประชากรประมาณ 6 หมื่นคน ซึ่งนับว่าจำนวนมากกว่าพื้นที่ที่สามารถอยู่ได้จริง แน่นอนว่าเกาะที่เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงนั้นไม่มีสนามบิน จึงเป็นเหตุให้ต้องพึ่งพาอาศัยสนามบินในเกาะที่ใกล้ๆกัน อย่าง เกาะฮุลฮูเล (Hulhule Island)
นอกจากนั้นเมืองหลวงแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศ มีท่าเรือเชิงพาณิชย์บนเกาะ และการคมนาคมส่วนใหญ่นั้น ก็ยังคงเป็นการสัญจรด้วยเรือด่วน และเครื่องบินสะเทิ้นนํ้าเป็นพาหนะสําคัญที่เชื่อมต่อสนามบินกับ โรงแรมต่างๆอีกด้วยค่ะ
Read more
เมืองอีหนิง (伊宁) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเขตปกครองตนเองชนเผ่าซินเจียงอุยกูร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ณ ใจกลางของแม่น้ำอีหลีเหอ ทางภาคตะวันตกของภูเขาเทียนซาน มีอากาศอุ่นชื้น เป็นเมืองที่ชุ่มชื้นแห่งหนึ่งในภาคตะวันตกของจีน
เมืองอีหนิงเป็น "เมืองแห่งสวนดอกไม้" ที่ตั้งอยู่ทางชายแดนภาคตะวันตกของจีน มีประชากรรวม 37 ชนเผ่า มีการละเล่นของชนกลุ่มน้อยหลายชนิด เช่น การแข่งขันขี่ม้าและการแย่งแพะของชนเผ่าคาซัก ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ของเมืองอีหนิง
นอกจากนี้ เมืองอีหนิงยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางบกระหว่างภาคตะวันตกกับภาคตะวันออก ของจีน เป็นเมืองการค้าสำคัญที่เปิดสู่ทิศตะวันตกของซินเจียงและทั่วประเทศจีน
เมืองอีหนิงมีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น สวน วัฒนธรรมอาลามู่ถูย่า สวนสนุกไหจิ่ง มัสยิดไป้ถูลา ภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็งและกระโจมทุ่งหญ้า ซึ่งล้วนน่าไปเที่ยวชมอย่างยิ่ง ข้อมูล เพิ่มเติม CRI
Read more
เมืองหม่านโจวหลี่ (满洲里) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของทุ่งหญ้าฮูหลุนเป้ยเอ่อร์ เขตปกครองตนเองชนเผ่ามองโกเลียใน ทางภาคเหนือของจีน ทิศตะวันออกติดภูเขาซิงอานหลิ่ง ทิศใต้ติดทะเลสาบฮูหลุน ทิศตะวันตกติดประเทศมองโกเลีย และทิศเหนือติดรัสเซีย เป็นเมืองท่าภาคพื้นดินที่ใหญ่ที่สุดทางภาคเหนือของจีน
หม่านโจวหลี่ ที่ซึ่งมีฟอสซิลที่เกิดจาก ช้างแมมมอธ ซึ่งเป็นช้างที่อาศัยอยู่ในยุคน้ำแข็งเมื่อ 20,000 ปีก่อน ที่ซึ่งชาวจ๋าไล่นั่วเอ่อร์เมื่อ 10,000 ปีก่อนเคยอาศัยอยู่
ขณะเดียวกัน ชนเผ่าเร่ร่อนที่ดํารงชีวิตอยู่ในทุ่งหญ้าเคยควบม้าผ่านที่แห่งนี้ ที่ซึ่งเป็นแหล่งกําเนิดของชนเผ่าเซียนเปยที่ดํารงชีวิตด้วยการเลี้ยงสัตว์ ทางภาคเหนือของจีน ลักษณะพิเศษของที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ทําให้สิ่งก่อสร้างของเมืองหม่านโจวหลี่ มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมต่างประเทศ
เมืองหม่านโจวหลี่ ไม่เพียงแต่มี สถาปัตยกรรมแนวกอ ธิค (Gothic) เท่านั้น หากยังมีสิ่งก่อสร้างสไตล์รัสเซียอีกด้วย สถานที่ที่มีเอกลักษณ์พิเศษที่สุดคือ ประตูเมืองของหม่านโจวหลี่ สนามจัดแสดงตุ๊กตาแม่ลูกดกรัสเซียของหม่านโจวหลี่ อาคารที่ใช้ประกอบพิธีแต่งงานแนวยุโรป รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะของรัสเซีย
หม่านโจวหลี่เป็นใจกลางสําคัญที่เป็นสะพานเชื่อมต่อแผ่นดิน ยุโรป-เอเชีย ปัจจุบันหม่านโจวหลี่กลายเป็นเครือข่ายการคมนาคมแบบพร้อมสรรพ ที่ปลอดภัยและสะดวกสบาย ที่ประกอบด้วยทางหลวง ทางรถไฟ และสายการบิน มีเครือข่ายทางหลวงที่เชื่อมต่อเขตท่องเที่ยว โดยได้ก่อสร้างสถานที่บันเทิงและแหล่งวัฒนธรรมรวมทั้งการท่องเที่ยวระดับสูง ถึงพร้อมด้วยอุปกรณ์ให้บริการนักท่องเที่ยว
เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับประโยชน์ร่วมกันในการใช้ทรัพยากรข้อมูลข่าวสาร สาธารณะ นอกจากนี้ อาหารรัสเซียที่ยอดเยี่ยม อาหารเนื้อแพะของชนเผ่ามองโกเลียที่มีเอกลักษณ์พิเศษ และอาหาร 8 ประเภทของจีน เช่น อาหารเสฉวน กวางตุ้ง และซานตง ล้วนทําให้นักท่องเที่ยวทั้งจีนและต่างประเทศได้ลิ้มรสกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ข้อมูลเพิ่มเติม CRI
Read more