skip to main |
skip to sidebar
หากกล่าวถึงประเทศมัลดีฟส์ หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐมัลดีฟส์ นั้นเชื่อว่าทุกคนคงต้องนึกถึงบรรยากาศของท้องทะเล ผืนน้ำสีฟ้า ที่บรรดาหมู่ปลาต่างแหวกว่ายไปตามน้ำใสแจ๋วอย่างแน่นอน
แต่คุณจะรู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว มัลดีฟส์ (Maldives) ไม่ได้มีแค่สถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลเท่านั้น เพราะในเมืองหลวงของมัลดีฟส์ อย่าง กรุงมาเล (Male) ซึ่ง ตั้งอยู่บน เกาะมาเล ใน หมู่เกาะคาฟุ (Kaafu Atoll) ก็มีสิ่งที่น่าสนใจมากเช่นกันค่ะ
ไม่แน่ใจว่าคุณเองเคยสังเกตุหรือไม่ว่า กรุงมาเล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศนั้น ได้กลายเป็นเมืองหลวงเล็กที่สุดในโลกไปแล้วค่ะ ด้วยความจำกัดของพื้นที่และการเข้ามาอยู่อาศัยอย่างแออัดของประชากร จึงทำให้เมืองหลวงแห่งนี้ทั้งเล็กและคับแคบมากที่สุดในโลกนั่นเองค่ะ
เนื่องจากว่า กรุงมาเล นั้นมีพื้นที่เพียงแค่ 2.5 ตารางกิโลเมตร ซึ่งนับว่าน้อยมากๆที่จะสร้างเป็นเมืองหลวง แต่เท่าที่เราทราบๆกันก็คือประทเศแห่งนี้ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่เป็นหมู่เกาะ จึงนับว่ายากนักที่จะหาพื้นที่กว้างๆมาสร้างเมืองหลวงค่ะ
กรุงมาเล มีประชากรประมาณ 6 หมื่นคน ซึ่งนับว่าจำนวนมากกว่าพื้นที่ที่สามารถอยู่ได้จริง แน่นอนว่าเกาะที่เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงนั้นไม่มีสนามบิน จึงเป็นเหตุให้ต้องพึ่งพาอาศัยสนามบินในเกาะที่ใกล้ๆกัน อย่าง เกาะฮุลฮูเล (Hulhule Island)
นอกจากนั้นเมืองหลวงแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศ มีท่าเรือเชิงพาณิชย์บนเกาะ และการคมนาคมส่วนใหญ่นั้น ก็ยังคงเป็นการสัญจรด้วยเรือด่วน และเครื่องบินสะเทิ้นนํ้าเป็นพาหนะสําคัญที่เชื่อมต่อสนามบินกับ โรงแรมต่างๆอีกด้วยค่ะ
Read more
เมืองอีหนิง (伊宁) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเขตปกครองตนเองชนเผ่าซินเจียงอุยกูร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ณ ใจกลางของแม่น้ำอีหลีเหอ ทางภาคตะวันตกของภูเขาเทียนซาน มีอากาศอุ่นชื้น เป็นเมืองที่ชุ่มชื้นแห่งหนึ่งในภาคตะวันตกของจีน
เมืองอีหนิงเป็น "เมืองแห่งสวนดอกไม้" ที่ตั้งอยู่ทางชายแดนภาคตะวันตกของจีน มีประชากรรวม 37 ชนเผ่า มีการละเล่นของชนกลุ่มน้อยหลายชนิด เช่น การแข่งขันขี่ม้าและการแย่งแพะของชนเผ่าคาซัก ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ของเมืองอีหนิง
นอกจากนี้ เมืองอีหนิงยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางบกระหว่างภาคตะวันตกกับภาคตะวันออก ของจีน เป็นเมืองการค้าสำคัญที่เปิดสู่ทิศตะวันตกของซินเจียงและทั่วประเทศจีน
เมืองอีหนิงมีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น สวน วัฒนธรรมอาลามู่ถูย่า สวนสนุกไหจิ่ง มัสยิดไป้ถูลา ภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็งและกระโจมทุ่งหญ้า ซึ่งล้วนน่าไปเที่ยวชมอย่างยิ่ง ข้อมูล เพิ่มเติม CRI
Read more
เมืองหม่านโจวหลี่ (满洲里) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของทุ่งหญ้าฮูหลุนเป้ยเอ่อร์ เขตปกครองตนเองชนเผ่ามองโกเลียใน ทางภาคเหนือของจีน ทิศตะวันออกติดภูเขาซิงอานหลิ่ง ทิศใต้ติดทะเลสาบฮูหลุน ทิศตะวันตกติดประเทศมองโกเลีย และทิศเหนือติดรัสเซีย เป็นเมืองท่าภาคพื้นดินที่ใหญ่ที่สุดทางภาคเหนือของจีน
หม่านโจวหลี่ ที่ซึ่งมีฟอสซิลที่เกิดจาก ช้างแมมมอธ ซึ่งเป็นช้างที่อาศัยอยู่ในยุคน้ำแข็งเมื่อ 20,000 ปีก่อน ที่ซึ่งชาวจ๋าไล่นั่วเอ่อร์เมื่อ 10,000 ปีก่อนเคยอาศัยอยู่
ขณะเดียวกัน ชนเผ่าเร่ร่อนที่ดํารงชีวิตอยู่ในทุ่งหญ้าเคยควบม้าผ่านที่แห่งนี้ ที่ซึ่งเป็นแหล่งกําเนิดของชนเผ่าเซียนเปยที่ดํารงชีวิตด้วยการเลี้ยงสัตว์ ทางภาคเหนือของจีน ลักษณะพิเศษของที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ทําให้สิ่งก่อสร้างของเมืองหม่านโจวหลี่ มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมต่างประเทศ
เมืองหม่านโจวหลี่ ไม่เพียงแต่มี สถาปัตยกรรมแนวกอ ธิค (Gothic) เท่านั้น หากยังมีสิ่งก่อสร้างสไตล์รัสเซียอีกด้วย สถานที่ที่มีเอกลักษณ์พิเศษที่สุดคือ ประตูเมืองของหม่านโจวหลี่ สนามจัดแสดงตุ๊กตาแม่ลูกดกรัสเซียของหม่านโจวหลี่ อาคารที่ใช้ประกอบพิธีแต่งงานแนวยุโรป รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะของรัสเซีย
หม่านโจวหลี่เป็นใจกลางสําคัญที่เป็นสะพานเชื่อมต่อแผ่นดิน ยุโรป-เอเชีย ปัจจุบันหม่านโจวหลี่กลายเป็นเครือข่ายการคมนาคมแบบพร้อมสรรพ ที่ปลอดภัยและสะดวกสบาย ที่ประกอบด้วยทางหลวง ทางรถไฟ และสายการบิน มีเครือข่ายทางหลวงที่เชื่อมต่อเขตท่องเที่ยว โดยได้ก่อสร้างสถานที่บันเทิงและแหล่งวัฒนธรรมรวมทั้งการท่องเที่ยวระดับสูง ถึงพร้อมด้วยอุปกรณ์ให้บริการนักท่องเที่ยว
เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับประโยชน์ร่วมกันในการใช้ทรัพยากรข้อมูลข่าวสาร สาธารณะ นอกจากนี้ อาหารรัสเซียที่ยอดเยี่ยม อาหารเนื้อแพะของชนเผ่ามองโกเลียที่มีเอกลักษณ์พิเศษ และอาหาร 8 ประเภทของจีน เช่น อาหารเสฉวน กวางตุ้ง และซานตง ล้วนทําให้นักท่องเที่ยวทั้งจีนและต่างประเทศได้ลิ้มรสกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ข้อมูลเพิ่มเติม CRI
Read more
เมืองตุนหวง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู ทางภาคตะวันตกของจีน เป็นเมืองวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของจีน ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญจากจีนไปยังเขตซีอวี้ เอเชียกลางและยุโรป และเคยเป็นชุมทางการค้าที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต
ตุนหวง ในฐานะเป็นมรดกวัฒนธรรมที่ล้ำค่าแห่งหนึ่งในโลกของจีน ไม่เพียงแต่เป็นจุดแวะพักสำคัญแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหม ยังเป็นแหล่งบรรจบที่มีความสำคัญของอารยธรรมจีนกับอารยธรรมตะวันตก ตุนหวงลือชื่อในด้านถ้ำหินตุนหวงกับงานจิตรกรรมผนังถ้ำตุนหวง ซึ่งเป็นที่ตั้งของมรดกโลก เช่น ถ้ำมั่วเกาคู ด่านอวี้เหมินกวน และด่านหยังกวนของกำแพงเมืองจีนในสมัยราชวงศ์ฮั่น
ศิลปวัฒนธรรมตุนหวงหรืออีกนัยหนึ่งศิลปวัฒนธรรมมั่วเกาคู ได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งโลกบูรพา ณ ที่นั้นได้มีการรักษาถ้ำที่สร้างในศตวรรษที่ 4-10 รวม 735 แห่งไว้อย่างดี
ในถ้ำต่างๆ มีรูปปั้นหลากสีกว่า 3,000 รูป งานจิตรกรรมผนังถ้ำรวม 45,000 ตารางเมตร และสิ่งก่อสร้างที่ทำด้วยไม้ในสมัยราชวงศ์ถังและซ่ง 5 แห่ง ซึ่งทำให้ผู้คนได้ดื่มด่ำในสุนทรียทางศิลปะ
นอกจากนั้นเมืองตุนหวงยังเป็นคลังทรัพย์สมบัติด้านเอกสารอีกด้วย มีเอกสารหลายภาษาซึ่งครอบคลุมถึงบริบทในด้านต่างๆ อาทิ การเมือง เศรษฐกิจ การทหาร ปรัชญา วรรณคดี ชนเผ่า ประเพณีพื้นเมือง ภาษา ประวัติศาสตร์ และวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเป็นต้น
ในปี 1987 องค์การยูเนสโกของสหประชาชาติได้จัดตุนหวงอยู่ในบัญชีรายชื่อรายการอนุรักษ์ มรดกทางวัฒนธรรมแห่งโลก และในปี 1991 ได้มอบเอกสาร "มรดกทางวัฒนธรรมแห่งโลก" แก่เมืองตุนหวง
ถ้ำตุนหวง เป็นถ้ำหินพุทธศิลป์ที่ใหญ่ที่สุดและลือชื่อที่สุดในจีน นอกจากนี้ ยังมีน้ำพุเยว่หยาเฉวียนที่ได้สมญานามว่า น้ำพุอันดับหนึ่งในทะเลทราย อีกทั้งยังมีภูเขาซันเวยซานซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมของเมืองตุนหวงที่มี ชื่อเสียง ข้อมูลเพิ่มเติม CRI
Read more
ออสเตรีย เป็นประเทศที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวอันดับต้นๆของยุโรป แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ แค่ประเทศเพื่อนบ้านก็นับว่าหรูสุดๆแล้วหล่ะ
กราซ (Graz) คือหนึ่งในเมืองที่ผู้เขียนอยากไปเยือนสักครั้งเหมือนกัน เพราะเพียงแค่ได้ดูการรีวิวของคนที่เคยไปเที่ยวมา แล้วนำมาแบ่งปันให้คนอื่นๆบ้าง บอกตามตรงนะว่ากำลังอิจฉาขั้นรุนแรงเลยหล่ะ ในฝจก็คิดแต่ว่าเมื่อไหร่กันนะเราจะมีโอกาสเหมือนเขาบ้าง...
คุณจะเชื่อหรือเปล่าว่า กราซ นั้นถือว่าหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง ด้วยความงดงามตระการตา และความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ กราซ (Graz) คงเป็นสมเหตุสมผลนะ ว่าทำไมเราถึงมายืนอยู่ ณ เมืองนี้เสียแล้ว
เราเริ่มต้นเดินทางท่องเที่ยวกันที่ สวนงานปั้นออสเตรีย (Austrian Sculpture Park) ด้วยพื้นที่กว่า 7 เฮคแตร์ นี่เองที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับความสวยงามของสระบัว เขาวงกต ไปจนสวนกุหลาบที่กำลังออกดอกบานสะพรั่ง หลังจากที่เดินวนเวียนหลงอยู่ในเขาวงกตมานาน เราก็หนีออกมาได้เสียทีค่ะ
แน่นอนว่ามาออสเตรียคุณจะไม่พลาดชมเมืองที่มีสไตล์ยุคกลาง และชมหอนาฬิกาที่อยู่บนยอดเขา สถานที่ที่ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกราซอีกด้วยค่ะ
สุดท้ายเราก็ตรงดิ่งไปยัง ปราสาท Riegersburg ปราสาทโบราณที่มีอายุมากกว่า 850 ปี เมื่อมองลงมาจากตัวปราสาท คุณจะตื่นตาตื่นใจกับวิวทิวทัศน์อันน่าพิศวงของหุบเขาและผืนป่าที่อยู่ เบื้องล่าง ชมไร่องุ่นที่ทอดตัวอยู่ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา
Read more